

กลไกราคากับการจัดสรรทรัพยากร (Market System and resource allocation)
- ความหมาย : ผู้ผลิต (Producer) ผู้บริโภค (Consumer) ราคา (price)
- อุปสงค์ อุปทาน (Demand and Supply)
- กระบวนการกำหนดราคาและปริมาณดุลยภาพ ( Equilibrium price and quantity)
บอกแนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับการทำงานของกลไกราคาในระบบตลาดได้ สามารถอธิบายความหมายของผู้บริโภค ผู้ผลิต ตลาดและราคาได้ มีความเข้าใจราคาและปริมาณของอุปสงค์และอุปทานที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงและควบคุมราคา ซึ่งมีผลต่อการแจกจ่ายและการจัดสรรในทางเศรษฐกิจ และอธิบายกลไกราคาในการกำหนดราคาและปริมาณดุลยภาพที่มีผล ต่อการจัดสรรทรัพยากรได้
1. ข้อใดเป็นไปตามของกฎอุปทาน (ข้อ ง)
ก. เมื่อราคาส้มลดลง ผู้บริโภคต้องการซื้อมากขึ้น
ข. เมื่อราคาส้มแพงขึ้น ผู้บริโภคต้องการซื้อลดลง
ค. เมื่อราคาส้มลดลง ผู้ขายนำมาวางขายมากขึ้น
ง. เมื่อราคาส้มแพงขึ้น ผู้ขายนำมาวางขายมากขึ้น
ตลาดและการแทรก แซง กลไกราคาของรัฐบาล
- โครงสร้างตลาดประเภทต่างๆ
- ประเภทของตลาด (Type of Market)
- อำนาจตลาด (market power)
- การแทรกแซงราคา (Price intervene by government
มีความรู้คววามเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างตลาดต่าง ๆ อำนาจตลาด ความจำเป็นในการแทรกแซงตลาด วิธีการกำหนดราคาขั้นต่ำ วิธีการกำหนดราคาขั้นสูงได้
2. ตลาดสินค้าหรือบริการในประเทศไทยข้อใด มีลักษณะเป็นตลาดผู้ขายน้อยราย(ข้อ ค)
ก. การผลิตประปาและไฟฟ้า
ข. การผลิตยาสีฟัน
ค. การผลิตปูนซีแมนต์
ง. การผลิตบุหรี่
การคุ้มครองผู้บริโภค (consumer protection)
- ความจำเป็นในการคุ้มครองผู้บริโภค
- องค์กรที่เกี่ยวข้องกับการคุ้มครองผู้บริโภค
บอกแนวคิดในกาคุ้มครองผู้บริโภคได้ และสิทธิของผู้บริโภคและการคุ้มครองผู้บริดภคในด้านต่าง ๆ ของรัฐบาลได้ ใช้ประโยชน์จากการให้บริการของหน่วยงานต่าง ๆ ที่ให้ความคุ้มครองผู้บริโภคได้
3. ถ้าสินค้าเครื่องสำอางมีส่วนผสมที่เป็นอันตราย นักเรียนควรจะฟ้องร้องที่หน่วยงานใด (ข้อ ข)
ก. กระทรวงพาณิชย์
ข. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
ค. สมาคมแพทย์แห่งประเทศไทย
ง. สำนักงานมาตรฐานสินค้าอุตสาหกรรม
การเงิน (Financial)
- การพัฒนาการของระบบตลาดและการเงิน (Money market development)
- เงินและหน้าที่ของเงิน (Money and money duty)
- ลักษณะเงิน (Characteristic)
- ชนิดของเงิน (Type of money)
นักเรียนสามารถบอกแนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับการเงินได้ และอธิบายอุปสงค์ อุปทานและดุลยภาพใน ตลาดเงินได้
4. ปริมาณเงินตามความาหมายแคบ ได้แก้ข้อใด (ข้อ ง)
ก. ธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ในมือประชาชน
ข. เงินฝากเผื่อเรียก
ค. เงินฝากออมทรัพย์และเงินฝากประจำของประชาชนในระบบธนาคารพาณิชย์
ง. ข้อ ก และ ข
การธนาคาร (Banking)
- บทบาทของธนาคาร (Bank Role)
- ธนาคารกลาง (Central Bank)
- ธนาคารพาณิชย์ (Commercial Bank)
- ธนาคารของรัฐ (Government Bank)
บอกแนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับธนาคารได้ และบอกบทบาทและหน้าที่ของสถาบันการเงิน
5.สถาบันที่เป็นหน่วยงานกลางในการทำหน้าที่เกี่ยวกับการรักษาเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ คือข้อใด(ข้อ ก)
ก. ธนาคารกลาง
ข. ธนาคารพาณิชย์
ค. กระทรวงการคลัง
ง. กรมบัญชีกลาง
การคลังสาธารณะ (Public Finance)
- ความหมายของการคลังสาธารณะ (Definition)
- งบประมาณของรัฐบาล (Government Budget)
นักเรียนมีแนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับการคลังสาธารณะและสามารถอธิบายเกี่ยวกับฐานะการคลังของรัฐบาลได้
6. ช่วงระยะเวลาของงบประมาณประจำปีอยู่ในช่วงใด(ข้อ ค)
ก. 1 ม.ค.-30 ธ.ค. ของปีถัดไป
ข. 1 เม.ย.-30 มี.ค. ของปีถัดไป
ค. 1 ต.ค.-30 ก.ย. ของปีถัดไป
ง. 1 ต.ค.- 30 มี.ค.ของปีถัดไป
นโยบายการเงิน และนโยบายการคลัง (Monetary Policy and Fiscal Policy)
- นโยบายการเงิน (Monetary Policy)
- นโยบายการคลัง (Fiscal Policy)
บอกแนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับการจัดการทางการเงิน การคลัง ผ่านการใช้นโยบายแบบต่าง ๆ ได้ และตระหนักถึงหน้าที่ในการเสียภาษีเพื่อประโยชน์ของสังคมได้
7. นโยบายการคลังแบบหดตัวหมายถึงข้อใด (ข้อ ข)
ก. การลดภาษี
ข. การลดการใช้จ่ายในการซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ ของรัฐ
ค. การประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ย
ง. การลดค่าสาธารณูปโภค เช่น ไฟฟ้า น้ำประปา
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย
- การพัฒนาเศรษฐกิจ
- บทบาทและสาระสำคัญของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
นักเรียนมีความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจและประโยชน์ ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และเห็นถึงความสำคัญของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่มีต่อประเทศไทย รวมถึง วิเคราะห์จุดเด่น จุดด้อยของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติโดยรวมตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
8. ข้อใดใช้เป็นเครื่องชี้ระดับการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศสูงขึ้นกว่าเดิม
ก. อัตราการตายลดลง
ข. ระดับราคาสินค้าสูงขึ้น
ค.รายได้จากการส่งออกสูงขึ้น
ง. ความเป็นอยู่ของประชาชนดีขึ้น